ราคาน้ำมันโลกพุ่งกว่า 2% กังวลความขัดแย้งอิหร่านและพายุเฮอริเคน
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และ WTI ปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซและการปิดฐานผลิตในอ่าวเม็กซิโกก่อนพายุเข้า
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นกว่า 2% ในวันพฤหัสบดี ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ
นอกจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ตลาดน้ำมันยังได้รับแรงกดดันจากการปิดฐานผลิตน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกกว่า 5 แสนบาร์เรลต่อวัน เพื่อรับมือกับพายุเฮอริเคน Isaias ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 102.68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI อยู่ที่ระดับสูงกว่า 90.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ผลกระทบต่อตลาดการเงิน
ความกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นได้จุดชนวนความกังวลเรื่องเงินเฟ้ออีกครั้ง ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในหลายประเทศปรับตัวสูงขึ้น โดยผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งแตะระดับ 5.32% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ
ภาวะดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังตลาดหุ้นทั่วเอเชียที่ปรับตัวลดลงตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนเริ่มระมัดระวังการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นอาจกดดันกำไรของบริษัทจดทะเบียนในช่วงฤดูกาลประกาศผลประกอบการ
ผลกระทบ เชิงลบ
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและผลตอบแทนพันธบัตร ซึ่งส่งผลลบโดยตรงต่อตลาดหุ้นและต้นทุนการดำเนินงานของภาคธุรกิจ
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน