เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา ตั๋วช่วยเหลือ
ด่วน เศรษฐกิจ Fed

หุ้นสหรัฐฯ ร่วงยกแผง หลังบอนด์ยีลด์พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 22 ปี

ดัชนี Dow Jones ปิดลบ 451 จุด ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ทะลุ 5.35% กดดันบรรยากาศการลงทุน

ภาพ: G. Edward Johnson / Wikimedia Commons (CC BY 4.0) ดูต้นทาง

สรุปข่าว

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงอย่างหนักในวันพุธ โดยดัชนี Dow Jones ลดลง 0.9% ส่วน S&P 500 และ Nasdaq ต่างปรับตัวลง 0.9% เช่นกัน แรงกดดันหลักมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Treasury yields) ที่พุ่งสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2002

นอกจากปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยแล้ว ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นเกิน 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลยังเป็นอีกปัจจัยที่ฉุดรั้งตลาด นักลงทุนกำลังจับตารายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เพื่อหาสัญญาณทิศทางนโยบายการเงินและแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

ปัจจัยกดดันตลาด

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นกว่า 8 จุดพื้นฐานสู่ระดับ 5.356% ขณะที่พันธบัตรอายุ 30 ปีแตะระดับ 5.725% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่าสองทศวรรษ ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและนโยบายการเงินที่เข้มงวดทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจากการโจมตีของกลุ่มกบฏฮูตีในซาอุดีอาระเบีย ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งสูงขึ้นเกือบ 1% สู่ระดับ 102 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มความกังวลต่อต้นทุนพลังงานทั่วโลก

ผลกระทบ เชิงลบ

การพุ่งขึ้นของบอนด์ยีลด์ในระดับสูงส่งผลลบต่อมูลค่าหุ้นโดยรวม เนื่องจากเพิ่มต้นทุนทางการเงินของบริษัทและทำให้นักลงทุนหันไปถือครองสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่า

หุ้นที่เกี่ยวข้อง

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน