ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ กังวลเหตุโจมตีและพายุในอ่าวเม็กซิโก
ราคาน้ำมัน Brent และ WTI ปรับตัวสูงขึ้น หลังกลุ่มฮูตีโจมตีซาอุดีอาระเบียและพายุในอ่าวเม็กซิโกกระทบกำลังการผลิต
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น โดยน้ำมันดิบ Brent ส่งมอบเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 0.7% สู่ระดับ 101.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI เพิ่มขึ้น 0.6% อยู่ที่ 88.94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปัจจัยหนุนมาจากความกังวลด้านอุปทานที่ได้รับผลกระทบจากเหตุโจมตีในตะวันออกกลางและพายุในสหรัฐฯ
กลุ่มกบฏฮูตีได้โจมตีสนามบินในซาอุดีอาระเบียและเรือขนส่งสินค้า ทำให้ความเสี่ยงในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน พายุในอ่าวเม็กซิโกส่งผลให้กำลังการผลิตน้ำมันนอกชายฝั่งของสหรัฐฯ ลดลงไปกว่า 9.2%
แนวโน้มอุปทานและราคา
แม้จะมีเหตุโจมตีต่อเนื่อง แต่ข้อมูลจาก EIA ระบุว่าการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางในเดือนกันยายนปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม อย่างไรก็ตาม EIA ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมัน Brent ในไตรมาสที่ 4 ขึ้นอีก 14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 105 ดอลลาร์
ปัจจัยหลักที่สนับสนุนราคาคือต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้นและปริมาณน้ำมันคงคลังทั่วโลกที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าคลังน้ำมันโลกจะลดลงอีก 700,000 บาร์เรลต่อวันในไตรมาสนี้ ท่ามกลางกระแสข่าวการเตรียมระบายน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ออกสู่ตลาด
ผลกระทบ เชิงบวก
เป็นผลดีต่อบริษัทในกลุ่มพลังงานและผู้ผลิตน้ำมัน เนื่องจากราคาขายที่สูงขึ้นช่วยเพิ่มรายได้และกำไร แต่ส่งผลลบต่อต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมอื่นและเงินเฟ้อ
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน