F5 เปิดตัวโซลูชันใหม่ ช่วยผู้ให้บริการเครือข่ายเปลี่ยนผ่านสู่ Cloud-Native
F5 เปิดตัว BIG-IP Cloud-Native Edition ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการโครงสร้างพื้นฐาน 5G และ AI บน Kubernetes ลดการใช้ทรัพยากร CPU และหน่วยความจำลงอย่างมาก
สรุปข่าว
F5 ประกาศเปิดตัวฟังก์ชันเครือข่ายแบบ Cloud-native และความสามารถในการตรวจสอบระบบ (Observability) ใหม่ เพื่อช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถปรับปรุงบริการที่สำคัญให้ทันสมัยขึ้น โดยการย้ายจากโครงสร้างพื้นฐานเสมือน (Virtualized) ไปสู่ Kubernetes และสถาปัตยกรรม Cloud-native
โซลูชันใหม่นี้ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถจัดการปริมาณงาน 5G, Edge และ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยผลการทดสอบจาก The Tolly Group พบว่าสามารถเพิ่มความเร็วในการประมวลผล DNS ได้ถึง 1.9 เท่า ในขณะที่ใช้ CPU ลดลงถึง 91.5% เมื่อเทียบกับระบบเดิม
ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น
BIG-IP Cloud-Native Edition นำความสามารถของ F5 มาสู่สภาพแวดล้อม Kubernetes ช่วยให้ทีมปฏิบัติการสามารถปรับใช้ รักษาความปลอดภัย และตรวจสอบการทำงานของเครือข่ายได้อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ BIG-IP eBPF Observability ที่ช่วยให้ทีมงานสามารถวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นในระดับ Kernel ได้อย่างรวดเร็ว
การปรับเปลี่ยนมาใช้โซลูชันนี้ช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์และหน่วยความจำได้อย่างยืดหยุ่นและคุ้มค่ามากขึ้น รองรับความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้นในยุค 5G และ AI โดยโซลูชันดังกล่าวพร้อมให้บริการแล้วสำหรับผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วโลก
ผลกระทบ เชิงบวก
การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานให้ลูกค้ากลุ่มผู้ให้บริการเครือข่าย เป็นผลดีต่อการรักษาฐานลูกค้าและสร้างรายได้ในระยะยาวของ F5
สิ่งที่ต้องติดตาม
- การยอมรับของลูกค้าในกลุ่มผู้ให้บริการโทรคมนาคม
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน