ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลง รับแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์และราคาน้ำมันพุ่ง
ดัชนีฟิวเจอร์สปรับตัวลดลงก่อนการเปิดเผยรายงานการประชุม Fed ขณะที่นักลงทุนกังวลต่อทิศทางดอกเบี้ยและต้นทุนพลังงาน
สรุปข่าว
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงขายในตลาดฟิวเจอร์สช่วงเช้าวันพุธ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2002 ประกอบกับราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่กลับมายืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สร้างความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อ
นักลงทุนกำลังจับตารายงานการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ประจำเดือนกันยายน เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต โดยตลาดคาดการณ์โอกาส 78% ที่ Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้
ความเคลื่อนไหวรายกลุ่มอุตสาหกรรม
หุ้นกลุ่มชิปปรับตัวลดลงในตลาดก่อนเปิดทำการ โดย Micron Technology ลดลง 2.2% และ Marvell Technology ลดลง 1.2% สวนทางกับ Intel ที่ปรับตัวขึ้น 1.3% หลังมีรายงานความร่วมมือในโครงการผลิตชิป Terafab
ด้าน SpaceX ปรับตัวลดลง 2.1% ท่ามกลางกระแสข่าวการระดมทุน 4 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อจัดซื้อชิปจาก Nvidia ขณะที่ Constellation Brands ร่วงลง 4.5% หลังบริษัทปรับลดคาดการณ์อัตรากำไรจากการดำเนินงานประจำปีลง
แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3
นักวิเคราะห์จาก LSEG คาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทในดัชนี S&P 500 จะเติบโตเฉลี่ย 30.6% ในไตรมาสที่ 3 นำโดยกลุ่มพลังงานที่คาดว่าจะเติบโตถึง 114.7% และกลุ่มเทคโนโลยีที่คาดว่าจะเติบโต 66.5%
แม้ตัวเลขการเติบโตจะชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ที่ขยายตัว 54% แต่นักลงทุนยังคงคาดหวังว่าผลประกอบการที่แข็งแกร่งจะเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดหุ้นรักษาระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อไป
ผลกระทบ เชิงลบ
ความกังวลต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้นและราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการดำเนินงานและทัศนคติความเสี่ยงของนักลงทุนในระยะสั้น
สิ่งที่ต้องติดตาม
- รายงานการประชุม Fed
- ราคาน้ำมันดิบเบรนท์
- ผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียน
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน