สหภาพยุโรปเล็งปรับเกณฑ์ภาษีบริษัทขนาดใหญ่ หวังเลี่ยงความขัดแย้งกับสหรัฐฯ
คณะกรรมาธิการยุโรปพิจารณาขยายฐานภาษีให้ครอบคลุมบริษัทขนาดใหญ่ทุกกลุ่มที่มีรายได้เกิน 100 ล้านยูโรต่อปี เพื่อเพิ่มรายได้โดยไม่เจาะจงเฉพาะบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ
สรุปข่าว
คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังหารือแนวทางปรับปรุงข้อเสนอภาษี "Corporate Resource for Europe" (CORE) เพื่อเพิ่มรายได้เข้าสู่กลุ่มประเทศสมาชิก โดยเปลี่ยนจากการจัดเก็บภาษีแบบเจาะจงกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี มาเป็นการจัดเก็บภาษีแบบเหมาจ่ายจากบริษัทขนาดใหญ่ทุกแห่งที่มีรายได้เกิน 100 ล้านยูโรต่อปี
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เคยขู่จะใช้มาตรการภาษีตอบโต้หากมีการจัดเก็บภาษีบริการดิจิทัลที่พุ่งเป้าไปยังบริษัทเทคโนโลยีอเมริกันโดยเฉพาะ
รายละเอียดข้อเสนอภาษี
ภายใต้ข้อเสนอ CORE ในปัจจุบัน บริษัทที่เข้าข่ายต้องจ่ายภาษีรายปีในอัตราคงที่ระหว่าง 100,000 ถึง 750,000 ยูโร ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับผลกำไรของบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหภาพยุโรประบุว่า หลายประเทศสมาชิกไม่เห็นด้วยกับการจัดเก็บภาษีบริการดิจิทัลแบบเดิมเนื่องจากกังวลผลกระทบทางการเมืองกับสหรัฐฯ การขยายขอบเขตภาษีให้ครอบคลุมบริษัทขนาดใหญ่ทุกอุตสาหกรรมจึงถูกมองว่าเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุดในขณะนี้
ผลกระทบ เชิงลบ
การขยายฐานภาษีให้ครอบคลุมบริษัทขนาดใหญ่ทุกแห่งจะเพิ่มภาระต้นทุนดำเนินงานให้กับบริษัทข้ามชาติที่ดำเนินธุรกิจในยุโรป ซึ่งอาจกระทบต่อกำไรสุทธิของบริษัทเหล่านั้นในระยะยาว
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ความคืบหน้าการปรับปรุงข้อเสนอ CORE ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการยุโรป
- ท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อการขยายฐานภาษีบริษัทข้ามชาติ
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน