เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา ตั๋วช่วยเหลือ
ข่าวบริษัท เศรษฐกิจ

ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้น กังวลพายุถล่มอ่าวเม็กซิโกและเหตุโจมตีในซาอุดีอาระเบีย

ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวขึ้นเกือบ 1% หลังพายุในอ่าวเม็กซิโกจ่อกระทบแหล่งผลิตและโรงกลั่นสหรัฐฯ ผสมโรงกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ภาพ: Jakub Pabis / Pexels ดูต้นทาง

สรุปข่าว

ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้น 0.92% อยู่ที่ 101.51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้น 0.92% มาอยู่ที่ 90.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปัจจัยหลักมาจากความกังวลต่อพายุในอ่าวเม็กซิโกที่คาดว่าจะพัฒนาเป็นพายุเฮอริเคนลูกแรกของปี 2026 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในพื้นที่

นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาเหตุโจมตีสนามบินในซาอุดีอาระเบียโดยกลุ่มกบฏฮูตี ซึ่งเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง แม้ว่าปริมาณการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางจะยังคงอยู่ในระดับสูง แต่ความเสี่ยงด้านอุปทานที่อาจหยุดชะงักจากทั้งพายุและสงครามทำให้ราคาน้ำมันยังคงทรงตัวในระดับสูง

ผลกระทบต่ออุปทานน้ำมัน

พื้นที่นอกชายฝั่งในอ่าวเม็กซิโกเป็นแหล่งผลิตน้ำมันดิบ 15% และก๊าซธรรมชาติ 5% ของสหรัฐฯ โดยพายุลูกนี้อาจส่งผลกระทบต่อโรงกลั่นน้ำมันถึง 6 แห่ง ซึ่งโรงกลั่นในแถบอ่าวเม็กซิโกมีกำลังการผลิตรวมกันคิดเป็นประมาณ 50% ของกำลังการผลิตทั้งประเทศ

ในขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก American Petroleum Institute ระบุว่าสต็อกน้ำมันดิบและน้ำมันเบนซินของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง 2.09 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 2 ตุลาคม ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอุปทานเพิ่มเติมท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก

ผลกระทบ เชิงบวก

ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานและผู้ผลิตน้ำมัน เนื่องจากช่วยเพิ่มรายได้และอัตรากำไรจากการขายน้ำมันในตลาดโลก

สิ่งที่ต้องติดตาม

  • ความคืบหน้าของพายุในอ่าวเม็กซิโก
  • สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

หุ้นที่เกี่ยวข้อง

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน