นักลงทุนรายย่อยชะลอการซื้อหุ้นในเดือนสิงหาคม หันถือ ETF แทนหุ้นรายตัว
ดัชนีการซื้อขายของนักลงทุนรายย่อยใน Charles Schwab ปรับตัวลดลง 3.9% ในเดือนสิงหาคม สะท้อนความระมัดระวังท่ามกลางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้น
สรุปข่าว
ข้อมูลจาก Charles Schwab ระบุว่านักลงทุนรายย่อยลดความกระตือรือร้นในการซื้อหุ้นลงในเดือนสิงหาคม โดยมีการขายทำกำไรและปรับพอร์ตการลงทุน ส่งผลให้ดัชนี STAX ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 57.50 จากระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีที่ 59.80 ในเดือนกรกฎาคม
ความระมัดระวังนี้เกิดขึ้นในช่วงที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นและราคาพลังงานพุ่งทะยาน ทำให้นักลงทุนเลือกที่จะลดความเสี่ยงและหันไปลงทุนในกองทุน ETF ที่มีความหลากหลายมากกว่าหุ้นรายตัว
พฤติกรรมการลงทุน
นักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่หันไปซื้อ ETF มากขึ้น โดยมี ETF ถึง 4 กองทุนที่ติดอันดับท็อป 10 ของการซื้อสุทธิ ในขณะที่หุ้นรายตัวกลุ่มที่นักลงทุนยังคงเข้าซื้อสุทธิคือกลุ่มอุตสาหกรรม สาธารณูปโภค และอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถือเป็นกลุ่มหุ้นเชิงรับ (Defensive)
สำหรับหุ้นรายตัวที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเดือนสิงหาคมคือ SpaceX ตามมาด้วย Micron, Nvidia, Intel และ Alphabet ในขณะที่มีแรงขายในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อื่นๆ เช่น Palantir, Microsoft และ Salesforce
ผลกระทบ เป็นกลาง
เป็นรายงานพฤติกรรมนักลงทุนรายย่อยที่สะท้อนความกังวลต่อสภาวะตลาดโดยรวม แต่ไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
- ความเชื่อมั่นนักลงทุนรายย่อยในเดือนกันยายน
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน