ธุรกิจศัลยกรรมความงามพุ่งแรงรับกระแส Baby Boomers และยา GLP-1
ความต้องการศัลยกรรมความงามในกลุ่มผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไปเติบโตสูงถึง 24% ในปี 2025 โดยได้รับแรงหนุนจากความมั่งคั่งของกลุ่ม Baby Boomers และผลข้างเคียงจากการใช้ยาลดน้ำหนัก
สรุปข่าว
ข้อมูลจากสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งสหรัฐฯ ระบุว่าการทำศัลยกรรมในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปเติบโตโดดเด่นที่สุดที่ 24% สวนทางกับการเติบโตโดยรวมของอุตสาหกรรมที่ 7% โดยกลุ่ม Baby Boomers ซึ่งถือครองสินทรัพย์กว่า 90 ล้านล้านดอลลาร์ กลายเป็นฐานลูกค้าหลักที่ยินดีจ่ายเพื่อความงาม
นอกจากปัจจัยด้านอายุแล้ว การใช้ยา GLP-1 เช่น Ozempic และ Wegovy ยังเป็นตัวเร่งสำคัญ เนื่องจากผู้ที่ลดน้ำหนักได้จำนวนมากมักประสบปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อย ทำให้ความต้องการศัลยกรรมกระชับผิวเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
โอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรม
นักวิเคราะห์มองว่าการลงทุนในบริษัทที่ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ สารเติมเต็ม (Fillers) และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องมีความน่าสนใจมากกว่าการลงทุนในคลินิกศัลยกรรมโดยตรง เนื่องจากมีความสามารถในการทำกำไรที่สม่ำเสมอกว่า
หุ้นที่น่าสนใจในกลุ่มนี้ได้แก่ AbbVie ซึ่งเป็นเจ้าของ Botox และสารเติมเต็ม, Galderma ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณระดับโลก และ Establishment Labs ที่เติบโตอย่างรวดเร็วจากยอดขายเต้านมเทียม Motiva ในสหรัฐฯ
ผลกระทบ เชิงบวก
แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมความงามในกลุ่มผู้สูงอายุเป็นปัจจัยบวกต่อบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์และเวชภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีอำนาจต่อรองราคาสูงเนื่องจากเป็นบริการที่จ่ายเงินเอง
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน