อดีตผู้จัดงาน CES ชี้กลยุทธ์งานแสดงสินค้ายังเป็นหัวใจสำคัญของการตลาด B2B
Gary Shapiro เผยประสบการณ์กว่า 3 ทศวรรษ ย้ำว่าการพบปะแบบตัวต่อตัวยังคงสร้างโอกาสทางธุรกิจได้ดีกว่าการตลาดดิจิทัล หากมีการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่ถูกต้อง
สรุปข่าว
Gary Shapiro อดีตผู้บริหารงาน CES งานแสดงสินค้าเทคโนโลยีระดับโลก ระบุว่างานแสดงสินค้า (Trade Show) ยังคงเป็นเครื่องมือการตลาด B2B ที่ทรงพลังที่สุด แม้ในยุคที่การตลาดดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็ว ข้อมูลระบุว่าในปี 2025 งานแสดงสินค้าชั้นนำ 100 อันดับแรกมีผู้จัดแสดงรวมกว่า 100,000 ราย และสร้างมูลค่าการใช้จ่ายโดยตรงถึง 1.65 หมื่นล้านดอลลาร์
หัวใจสำคัญของความสำเร็จไม่ใช่เพียงการจองพื้นที่บูธ แต่คือการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน ตั้งแต่การกำหนดเป้าหมาย การคัดเลือกงานที่เหมาะสม ไปจนถึงการฝึกอบรมพนักงานเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่อัลกอริทึมของสื่อดิจิทัลไม่สามารถทดแทนประสบการณ์การพบปะแบบเห็นหน้าได้
ความสำคัญของกลยุทธ์
หลายบริษัทมักพลาดโอกาสเนื่องจากมองงานแสดงสินค้าเป็นเพียงกิจกรรมทางยุทธวิธี เช่น การเช่าพื้นที่และออกแบบบูธโดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้บริษัทเปลี่ยนมาใช้แนวทางเชิงกลยุทธ์ที่เน้นการวัดผลและสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
นอกจากนี้ยังมีการเรียกร้องให้ผู้จัดงานเพิ่มความโปร่งใสในด้านข้อมูลผู้ชมและการคัดเลือกวิทยากร เพื่อให้บริษัทที่ลงทุนมหาศาลสามารถประเมินผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ได้อย่างแม่นยำเทียบเท่ากับการซื้อสื่อโฆษณาประเภทอื่น
ผลกระทบ เป็นกลาง
บทความนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับการตลาด B2B ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาหุ้นของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่เป็นคำแนะนำสำหรับผู้บริหารในการจัดสรรงบประมาณการตลาดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน