หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ เผชิญความเสี่ยงดอกเบี้ยขาขึ้น แม้กระแส AI ยังหนุนตลาด
นักลงทุนยังคงทุ่มเงินเข้าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ต่อเนื่อง แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี
สรุปข่าว
ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทกำลังเผชิญกับสภาวะย้อนแย้ง เมื่อกระแสความนิยมในเทคโนโลยี AI ผลักดันให้ดัชนี Nasdaq 100 และ S&P 500 ทะยานขึ้นใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีจะพุ่งทะลุ 5.3% และพันธบัตรระยะยาวแตะ 5.69% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2002
ความเชื่อมั่นของนักลงทุนส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ของกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ที่คาดว่าจะเติบโตมากกว่า 65% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยพยุงตลาดท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่าน
ความเสี่ยงจากการกู้ยืมเพื่อลงทุน AI
บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่เป็นผู้นำด้าน AI อย่าง Alphabet, Amazon, Meta, Microsoft และ Oracle กำลังเผชิญกับภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานมหาศาล ส่งผลให้กระแสเงินสดอิสระของบางบริษัทติดลบและจำเป็นต้องหันไปพึ่งพาตลาดตราสารหนี้มากขึ้น
แม้ระดับหนี้จะเพิ่มขึ้น แต่บริษัทเหล่านี้ยังคงรักษาอันดับความน่าเชื่อถือไว้ได้ เนื่องจากนักวิเคราะห์มองว่าการเติบโตของกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ยังคงแข็งแกร่งพอที่จะชดเชยภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นในช่วง 2 ปีข้างหน้า
มุมมองต่อทิศทางตลาด
นักวิเคราะห์เตือนว่าหากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีพุ่งแตะระดับ 6% ตลาดอาจต้องเผชิญกับการปรับฐานครั้งใหญ่ เนื่องจากระดับดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเริ่มกดดันมูลค่าหุ้นและต้นทุนทางการเงินของบริษัทจดทะเบียน
ปัจจุบันดัชนี S&P 500 มีการซื้อขายที่ระดับต่ำกว่า 19 เท่าของกำไรล่วงหน้า ลดลงจากระดับ 21 เท่าในเดือนพฤษภาคม สะท้อนให้เห็นว่าตลาดกำลังระมัดระวังต่อความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ภายใต้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
ผลกระทบ เชิงลบ
แม้ราคาหุ้นจะยังคงปรับตัวขึ้น แต่ระดับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเพิ่มความเสี่ยงต่อมูลค่าหุ้นและต้นทุนทางการเงินของบริษัทเทคโนโลยี ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับฐานหากผลประกอบการไม่เป็นไปตามคาด
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน