หุ้น SoFi ปรับตัวลงแรง 40% ปีนี้ ท่ามกลางความกังวลสัดส่วนรายได้จากธุรกิจสินเชื่อ
ราคาหุ้น SoFi Technologies ร่วงหนักจากจุดสูงสุดกว่า 50% หลังนักลงทุนกังวลการพึ่งพาธุรกิจสินเชื่อมากเกินไป แม้บริษัทจะยังคงมีการเติบโตของฐานสมาชิกที่แข็งแกร่ง
สรุปข่าว
ราคาหุ้น SoFi Technologies (SOFI) ปรับตัวลดลงประมาณ 40% ตั้งแต่ต้นปี โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลของนักลงทุนต่อโครงสร้างรายได้ที่หันกลับมาพึ่งพาธุรกิจสินเชื่อมากขึ้น ในไตรมาสที่ 2 บริษัทมีรายได้สุทธิปรับปรุงแล้วที่ 1.2 พันล้านดอลลาร์ เติบโต 40% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่สัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่สินเชื่อกลับลดลงเมื่อเทียบกับช่วงปลายปี 2025
นอกจากนี้ อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงและแนวโน้มที่อาจคงดอกเบี้ยไว้นานกว่าที่คาดการณ์ไว้ กลายเป็นปัจจัยลบต่อกลุ่มธุรกิจฟินเทค อย่างไรก็ตาม SoFi ยังคงมีตัวเลขการเติบโตที่โดดเด่น โดยมีฐานสมาชิกเพิ่มขึ้น 1.1 ล้านรายในไตรมาสล่าสุด รวมเป็น 15.8 ล้านราย เพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อน
กลยุทธ์การเติบโตและธุรกิจสินเชื่อ
แม้ธุรกิจสินเชื่อจะเป็นแหล่งรายได้หลัก แต่ SoFi กำลังเร่งขยายธุรกิจที่เน้นค่าธรรมเนียม (Fee-based) เพื่อลดความเสี่ยงด้านเงินทุนและเครดิต โดยในไตรมาสที่ 2 รายได้จากส่วนนี้อยู่ที่ 472 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 39% ของรายได้รวม
บริษัทมุ่งเน้นการทำ Cross-selling หรือการขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินหลายชนิดให้กับสมาชิกเดิม ซึ่งพบว่ากว่า 51% ของผลิตภัณฑ์ใหม่ถูกเปิดโดยลูกค้าปัจจุบัน นอกจากนี้ ธุรกิจ Loan Platform Business (LPB) ยังเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมโดยไม่ต้องถือครองสินเชื่อไว้ในงบดุล ซึ่งผู้บริหารตั้งเป้าให้ธุรกิจที่ใช้เงินทุนต่ำเหล่านี้สร้างรายได้เกินกว่า 50% ของรายได้รวมในระยะยาว
ผลกระทบ เป็นกลาง
ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงสะท้อนความกังวลเรื่องความเสี่ยงด้านสินเชื่อไปมากแล้ว ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานด้านการเติบโตของสมาชิกและการขยายธุรกิจที่ไม่ใช่สินเชื่อยังคงแข็งแกร่ง ทำให้สถานะปัจจุบันมีความสมดุลระหว่างความเสี่ยงและโอกาส
สิ่งที่ต้องติดตาม
- สัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่สินเชื่อในไตรมาสถัดไป
- การเติบโตของจำนวนสมาชิกและผลิตภัณฑ์ต่อราย
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน