สงครามการค้าสหรัฐฯ-แคนาดาเดือด ทรัมป์ขู่แบนเครื่องบิน Bombardier
ประธานาธิบดี Donald Trump ขู่ห้ามขายเครื่องบินแคนาดาในสหรัฐฯ หากไม่ผลิตในประเทศ ก่อนที่แคนาดาจะเริ่มมาตรการภาษีตอบโต้ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ในวันอังคาร
สรุปข่าว
ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดาทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศขู่แบนการจำหน่ายเครื่องบินของบริษัท Bombardier ในสหรัฐฯ หากไม่มีการผลิตภายในประเทศ ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่แคนาดาจะเริ่มบังคับใช้มาตรการภาษีตอบโต้สินค้าสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์
มาตรการของแคนาดารวมถึงการปรับขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมจากสหรัฐฯ เป็น 50% รวมถึงสินค้าเกษตรและวัสดุก่อสร้าง ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ ก็มีท่าทีแข็งกร้าวโดยขู่จะขึ้นภาษีรถยนต์เพิ่มเป็น 50% ในวันที่ 1 มกราคมนี้ ท่ามกลางการเจรจาที่ล้มเหลวเมื่อเดือนที่ผ่านมา
ชนวนเหตุความขัดแย้ง
การเจรจาการค้าที่เคยดูเหมือนจะบรรลุข้อตกลงกลับพังทลายลงเนื่องจากความเห็นต่างในประเด็นกฎระเบียบสินค้าและวัฒนธรรม โดยสหรัฐฯ กดดันให้แคนาดาเปลี่ยนกฎการแสดงเนื้อหาภาษาฝรั่งเศสบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและข้อกำหนดการติดฉลากสินค้า
ฝั่งแคนาดามองว่าประเด็นทางวัฒนธรรมและภาษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ไม่สามารถต่อรองได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อ้างว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากการที่แคนาดาเรียกร้องสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมในนาทีสุดท้าย รวมถึงการขอผ่อนปรนภาษีรถบรรทุก
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
แม้รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ จะมองว่าสหรัฐฯ ได้เปรียบเนื่องจากมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าถึง 13 เท่า แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าทั้งสองประเทศต่างพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานซึ่งกันและกันอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ยากจะหาแหล่งผลิตทดแทนได้ทันที
ผู้บริโภคในทั้งสองประเทศอาจยังไม่เห็นผลกระทบของราคาที่พุ่งสูงขึ้นในทันทีเนื่องจากสัญญาซื้อขายล่วงหน้า แต่คาดว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจนภายในช่วงฤดูร้อนปีหน้า หากสถานการณ์การค้าระหว่างสองประเทศยังไม่มีข้อยุติ
ผลกระทบ เชิงลบ
ความขัดแย้งทางการค้าที่รุนแรงขึ้นสร้างความไม่แน่นอนให้กับห่วงโซ่อุปทานข้ามพรมแดน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์และโลหะ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในระยะยาว
สิ่งที่ต้องติดตาม
- 1 มกราคม: วันที่สหรัฐฯ ขู่ขึ้นภาษีรถยนต์เป็น 50%
- ผลกระทบต่อราคาต้นทุนสินค้าในฤดูร้อนปีหน้า
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน