วิเคราะห์ปัจจัยทำไมราคาน้ำมันดิบโลกยังไม่พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์
แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะทวีความรุนแรงจนกระทบการขนส่ง แต่ราคาน้ำมันดิบ Brent ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันดิบ Brent ยังคงทรงตัวต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง โดยปริมาณการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางลดลงเหลือประมาณ 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดิมที่เคยสูงถึง 18 ล้านบาร์เรลก่อนเกิดสงคราม
ปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาคือการปรับเปลี่ยนเส้นทางขนส่งของผู้ผลิตในอ่าวเปอร์เซีย และการเพิ่มกำลังการผลิตจากผู้ผลิตนอกกลุ่ม OPEC เช่น สหรัฐฯ แคนาดา และกายอานา นอกจากนี้ความต้องการใช้น้ำมันในจีนที่ลดลงจากการเปลี่ยนไปใช้พลังงานไฟฟ้าและการสำรองน้ำมันจำนวนมาก ยังช่วยชะลอแรงกดดันด้านราคาในตลาดโลกได้
เจาะลึกตลาดน้ำมันและมุมมองนักวิเคราะห์
ในขณะที่ตลาดน้ำมันดิบดูเหมือนจะมีอุปทานเพียงพอ แต่ตลาดน้ำมันสำเร็จรูปโดยเฉพาะดีเซลกลับส่งสัญญาณขาดแคลนอย่างหนัก โดยราคาดีเซลในสหรัฐฯ พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ สะท้อนถึงความตึงตัวในภาคการผลิตจริงที่สวนทางกับราคาน้ำมันดิบ
สถาบันการเงินหลายแห่งเริ่มปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ Brent โดย Morgan Stanley คาดว่าราคาจะเฉลี่ยอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาสที่ 4 ขณะที่ Goldman Sachs ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาสำหรับปี 2026 และ 2027 ขึ้นอีก 5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากคาดว่าปัญหาการขนส่งในตะวันออกกลางจะยังคงยืดเยื้อต่อไป
ผลกระทบ เป็นกลาง
ข้อมูลเป็นภาพรวมของตลาดพลังงานโลก ไม่ได้ระบุผลกระทบโดยตรงต่อบริษัทใดบริษัทหนึ่งเป็นพิเศษ แต่สะท้อนถึงความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน